วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

พระนาคปรกคู่ เนื้อดินปราสาทสีแดง ปี 2519 สำหรับศึกษา

พระนาคปรกคู่ หลวงปู่สรวง เนื้อดินปราสาท ปี 2519
บูชาไว้ร่มเย็นเป็นสุข พญานาคจะช่วยปัดเป่าให้ เรื่องภัยพิบัติ
เรื่องทุกข์โศก จะกลับร้ายกลายเป็นดี โชคลาภทำมาหากินดีมาก
พระนาคปรกคู่ด้านหลังจะมีตัวหนังสือปั๊มลูกตาเบ๊าะ
วัดภูตะแบง แต่บางองค์หลังเรียบ

เรื่องเล่าจากพี่กุ้งตอน1
พี่กุ้งเป้นใคร
พี่กุ้งเป็นพนักงานทำงานในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ยี่ห้อหนึ่งของญี่ปุ่นแถวสมุทรปราการ สนใจในพระเครื่องหลวงปู่สรวงอย่างสุดใจ เคารพและบูชาหลวงปู่ด้วยใจและกาย ไม่มีความสงสัยในจริยาวัตรของหลวงปู่สรวงใดๆทั้งสิ้น
พี่กุ้งคนนี้เคยถูกหวยถึง10งวดติดๆ จนซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้1หลังอยู่มาทุกวันนี้
พี่กุ้งเล่าว่าพระพิมพ์แรกที่พี่กุ้งมีไว้บูชาคือขุนแผนอุ้มไก่ ภูตะแบงปี19
ถูกหวยจนเพื่อนต้องขอยืมขุนแผนอุ้มไก่ไปใช้จนเพื่อนคนนั้นก็ถูกหวยรวยไปหลาย
พี่กุ้งเจอประสพการณ์อะไร คุณผู้อ่านคงสนใจ
และบัดนี้ข้าพเจ้าพร้อมแล้วจะนำทุกท่านไปเจอเรื่องเล่าจากประสพการณ์จริง
วันหนึ่งพี่กุ้งได้โทรศัพย์ขอเช่าบูชาพระเครื่องหลวงปู่สรวงเช่นขุนแผนอุ้มไก่พรายกุมาร ขุนแผนอุ้มไก่
พระอินทร์ทรงช้าง3เศียร ท้าวกุเวรเนื้อว่านไพลดำฝังเหล็กไหล ข้าพเจ้าได้จัดเพคใส่กล่องพลาสติกใส่ซอง
กันกระแทกส่งไปให้ในทันที ทางไปรษณีย์บอกว่าใช้เวลาส่ง2วันทำการ
พี่กุ้งเล่าว่าก่อนที่พระเครื่องหลวงปู่สรวงจะไปส่งในวันรุ่งขึ้น คืนนั้นพี่กุ้งฝันไปว่า ครั้งแรกได้เจอหลวงปู่สรวง ในบริเวรเถียงนาพี่กุ้งเห็นหลวงปู่นั่งยิ้มอยู่นั่งยองชันเข่า มือข้างหนึ่งท้าวบนพื้นดินชักห่างจากลำตัวไปข้างหลัง ในมือนั้นคีบบุหรี่
ในคืนนั้นพี่กุ้งได้ฝันเป็นครั้งที่2 หลวงปู่นั่งอยุ่บนพื้นเอียงๆ พร้อมยิ้มให้พี่กุ้ง
ครั้งที่3ในคืนนั้นพี่กุ้งฝันอีกเห็นหลวงปู่นั่งปลูกต้นกล้ายิ้มให้พี่กุ้ง
ในคืนเดีวกันฝันถึง3ครั้ง ชะรอยหลวงปู่คงไปเยี่ยมผมกล่าว ในวันรุ่งขึ้นพี่กุ้งได้รับพระเครื่องจากไปรษณีย์สมใจอยากครับท่าน เรื่องยังไม่จบแค่นั้น พี่กุ้งเล่าว่าพอแกะซองพัสดุออกมากลิ่นพระหอมฟุ้งหอมยังกับดอกสะแลแต
ถัดมาก็เอาไปให้ช่างอัดกรอบพระเลี่ยม พี่กุ้งกลับมาทำงานที่บริษัทพระเครื่องยังเลี่ยมอยู่ฝากให้ช่างเก็บไว้ก่อน พี่กุ้งเล่าว่า ขับรถมาจอดในบริษัท น่าแปลก พนักงานแม่บ้านในบริษัทเดินผ่านมาห่างกันร้อยเมตรแต่เขาเล่าว่าได้กลิ่นหอมโชยมาจากในรถยนต์พี่กุ้ง ทั้งๆพระก็ยังไม่ได้นำกลับมาจากช่างเลี่ยมกรอบพระ
เท่านั้นยังไม่พอ กลิ่งหอมของพระเครื่องหลวงปู่ยังไปโชยกลิ่นในรถยนต์เพื่อนของพี่แกอีกคัน ทั้งๆในรถคันนั้นไม่มีพระเครื่องหลวงปู่สรวงแม้สักองค์เดียว เพื่อนพี่กุ้งเป็นเจ้าของรถสามารถยืนยันได้ว่าเรื่องจริง
ข้าพเจ้าผุ้เขียนก็เคยเจอเรื่องกลิ่น เจอ2ครั้ง ครั้งแรกเจอจะจะ ข้าพเจ้าเดินข้ามสะพานลอยไปอีกฟากถนน ข้าพเจ้าเดินข้ามมาถึงกลางสะพานลอย เจอเลยกลิ่นโชยมาแตะจมูกหอมฟุ้งหอมยังไงบอกไม่ถูก อยู่กลางสะพานลอยข้าพเจ้าอยู่คนเดียวบนสะพานลอย สะพานลอยก็สูงเกือบ3เมตร ใกล้ๆกันก็ไม่มีใคร พระเครื่องทุกองค์ที่ห้อยคอก็เลี่ยมพลาสติกกันน้ำ กลิ่นจะออกมาจากกรอบพระได้อย่างไร แล้วกลิ่นมาจากไหนเล่าครับ
ครั้งที่2 นั่งรถเมล์กลับมาจากทำงาน ข้าพเจ้าเลิกงานเช้า จำได้ว่านั่งรถเมล์สาย175 นั่งตอนกลาง ที่นั่งเดี่ยว ข้างหน้าข้างๆ ข้างหลัง หลายแถวไม่มีคนนั่ง ตอนขึ้นมานั่งแรกๆก็ไม่ได้กลิ่น คิดอะไรเพลินๆกลิ่นมาเลยครับ ไม่มีผ้โดยสารขึ้นลงรถ แล้วกลิ่งจะมาจากไหนเล่าครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น