สมเด็จ ๙ ชั้นดี รุ่น สำเร็จศิลาแลง "แรง"
พระรุ่นนี้เป็นพระรุ่นเดียวที่หลวงปู่ท่านสั่งให้เก็บองค์กรรมการไว้ให้ท่าน ๕๐ องค์ และท่านก็ไม่นำออกแจกใครท่านเก็บรักษาอย่างดี และทิ้งท้ายว่านี่คือสัญญาที่ท่านให้ไว้แก่เจ้าเฮือน ๓ พระองค์ ผู้ปกป้ององค์พระธาตุพนม
พิธีใหญ่ปลุกเสกพระธาตุพนม ๑๔ พฤศจิกายน - ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
- วาระแรก ประกอบพิธีเททองหล่อพระทองคำและพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธโคดมสัตตนาคราชจตุรทิศ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ณ มณฑลพิธีองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
เวลา ๑๘.๒๙ น. พระเทพวรมุนี (ท่านเจ้าคุณสำลี ปญฺญาวโร ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ประธานจุดเทียนชัย (ภูมิปาโลฤกษ์) คณะเจ้าภาพจุดเทียนวิปัสสี เทียนนวหรคุณ และเทียนบริวาร พระมหานาค ๔ รูป สวดพระคาถาพุทธาภิเษก พระเถราจารย์ร่วมนั่งปรกแผ่เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสก อาทิ
๑. พระเทพวรมุนี (ท่านเจ้าคุณสำลี ปญฺญาวโร ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม
๒. หลวงปู่พระมหาศิลา สิริจันโท สวนสงฆ์แกเปะ วัดโพธิ์ศรีสะอาด
๓. พระอาจารย์ เพทาย นันทวโร เจ้าอาวาสวัดเจริญวิจิตรังสีสุธโธ
๔. พระมหาปริญญา ปริญญาโณ พุทธอุทยานวัดพระธาตุพนมจำลอง
๕. หลวงปู่บุญมา (หลวงปู่เจ) กตปุญโญ ประธานสงฆ์วัดป่าวิเวกธรรม
เป็นต้น
เวลา ๒๑.๐๙ น. พระเทพวรมุนี (ท่านเจ้าคุณสำลี ปญฺญาวโร ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ประธานสงฆ์ดับเทียนชัย และโปรยข้าวตอกดอกไม้ ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี ในวาระนี้มีวัตถุมงคล ร่วมปลุกเสก อาทิ สมเด็จ ๙ ชั้นดี รุ่น สำเร็จศิลาแลง "แรง" , ศิลาแลงพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ เจ้าเฮือน ๓ พระองค์ รุ่น ปฏิสังขรณ์หอเจ้าเฮือนสาม , สมเด็จศิลาแลงศักดิ์สิทธิ์ รุ่น ปฏิสังขรณ์กุฏิบูรพาจารย์ และวัตตุมงคล รุ่น ศรัทธาบารมี
- วาระที่ ๒ หลวงปู่พระมหาศิลา สิริจันโท สวนสงฆ์แกเปะ วัดโพธิ์ศรีสะอาด นั่งปรกแผ่เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสก เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ตรงกับวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑
- วาระที่ ๓ ประกอบมหามงคลพิธีสมโภชและอัญเชิญพระพุทธโคดมสัตตนาคราชจตุรทิศ (พระนาคปรกทองคำ) และหุ้มทองคำฐานปลียอดพระธาตุประดิษฐานระฆังทองคำ ณ พระธาตุพนมบรมเจดีย์ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ตรงกับวันแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑
เวลา ๑๒.๓๐ น. เริ่มขบวนอัญเชิญพระพุทธโคดมสัตตนาคราชจตุรทิศ และฐานทองคำหุ้มปลียอดพระธาตุพนม ตามถนนกุศลรัษฎากร เข้าสู่มณฑลพิธีหน้าวัดพระธาตุพนม
เวลา ๑๔.๓๐ น. พระอาจารย์เพทาย กล่าวคำถวายพระพุทธโคดมสัตตนาคราชจตุรทิศ และฐานทองคำหุ้มปลียอดพระธาตุพนม
เวลา ๑๔.๕๐ น. ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา อารักษ์ มเหศักดิ์ สัตตนาคาองค์รักษาพระธาตุพนม (มหันทโนฤก์)
เวลา ๑๕.๒๙ น. ประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธโคดมสัตตนาคราชจตุรทิศ และฐานทองคำหุ้มปลียอดพระธาตุพนม พระสงฆ์ ๙ รูป เจริญชัยมงคลคาถา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำรับพร
รายการจัดสร้าง มีโค้ดและหมายเลขกำกับทุกองค์
๑. กรรมการ จัดสร้างจำนวน ๔๔๘ องค์ เนื้อพิเศษฝังแก้วพระธาตุพนม
๒. ธรรมดา จัดสร้างจำนวน ๖,๑๐๕ องค์ เนื้ออิฐศิลาแลงพระธาตุพนม
๓. ลองพิมพ์ จัดสร้างจำนวน ๒๓ องค์ มีทั้งฝังแก้วและไม่ฝัง ไม่ได้ประทับตรา
มวลสารจากองค์พระธาตุพนมทั้งหมด ประกอบด้วยหินศิลาแลง แก้วนางฝาน แก้วน้ำโขง แก้วสีทวารวดี แก้วเพทายแดง เศษไหบรรจุพระ กระเบื้อง อิฐพระธาตุองค์เดิม อิฐดินจี่ อิฐยุคเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ญาคูขี้หอม) และปูนสะทายเพชรยุคหลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง
โดยท่านเจ้าคุณพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ได้เมตตาถวาย และ ผศ.ดร.ปฐมพงษ์ ณ จัมปาศักดิ์ ได้ออกแบบแม่พิมพ์สั่งแกะแม่พิมพ์และดำเนินการควมคุมการบดมวลสาร จนถึงขั้นตอนของการผสมมวลสารและกดบล๊อกละเอียดชัดเจนในพิธีกรรมทุกขั้นตอน ทั้งนี้อิฐพระธาตุพนมทั้งหมดที่ได้จากการบูรณะการทำท่อสายไฟซึ่งออกจากองค์พระธาตุพนม ซึ่งไม่มีการขุดเจาะพื้นองค์พระธาตุพนมมายาวนานมาก การนี้ได้พบหินศิลาแลง อิฐดินจี่ อิฐยุคเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก และปูนสะทายเพชรซึ่งบ่งบอกถึงอายุและประวัติการบูรณะมาหลายครั้ง และการนี้เป็นการขุดพบศิลาแลงเป็นครั้งแรกซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าศิลาแลงนี้มีอายุในยุคอาณาจักรขอมโบราณราว ๑,๐๐๐ ปี เศษอิฐ เศษดินพระธาตุพนม มีเทวดารักษาอยู่มาก แม้ใครเก็บมาไว้บ้านก็ได้นำไปคืนทุกครั้ง แต่ถ้าหากเป็นการนำเศษอิฐที่จะทิ้งเหล่านั้น นำมาสร้างเป็นองค์พระปฏิมา สัญลักษณ์แห่งความดีงาม อิฐนั้นก็จะขลังยิ่งนัก ไม่ต้องเอามวลสารใดมาเจือปน เพราะพระธาตุพนมเป็นของสูง อิฐตรงนี้เสกมานับครั้งไม่ได้ ห่อหุ้มพระอุรังคธาตุยาวนานมากว่า ๒,๐๐๐ ปี ผู้นำไปบูชาจะเกิดความสุขสวัสดิ์ แคล้วคลาดปลอดภัย อุดมด้วย โภคทรัพย์ บริวาร ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ด้วยเดชะอำนาจบารมีแห่งองค์พระธาตุพนม
เรื่องอิฐพระธาตุพนม ผมเคยได้ยินเรื่องราวเล่าขานถึงตำนานของคนที่นำสิ่งใดที่เป็นของพระธาตุติดมือไป เมื่อครั้งพระธาตุพนมล้ม ปี ๒๕๑๘ ก็ต้องเอามาคืนทุกคน เกิดจากอาถรรพ์ของมเหสักข์ อารักษ์พระธาตุพนม ผมเป็นคนไปเชิญมวลสารมา โดยไม่เก็บไว้แม้แต่น้อยเพราะเกรงฤทธิ์อารักษ์พระธาตุพนม ก่อนหลวงปู่เดินทางไปพระธาตุพนม ๑ วัน ผมได้บวชแล้ว พี่ทิพย์ (ดร.อรุณทิพย์) ได้โทรมาบอกว่า หลวงปู่พูดมาหลายวันแล้วว่า อิฐพระธาตุพนม คนให้มา พระให้มา แต่ผีบ่อให้ บ่รู้จะทำไง ให้หลวงพี่ถามหลวงปู่ในรถ ว่าจะทำอย่างไร ระหว่างทางไปพระธาตุพนม ผมเห็นท่านอารมณ์ดีแล้ว จึงได้โอกาสเรียนถามท่าน ถึงแนวทาง ท่านก็บอกว่า ท่านคุยแล้ว เทพให้ พระให้ นาคให้ แต่ผีไม่ให้ เลยต้องไปคุยด้วยตนเอง ทุกคนในรถก็เงียบ จนเสร็จพิธี ระหว่างทางกลับ จึงเรียนถามท่านอีกคำรบ ท่านบอกว่าเคลียร์แล้ว ขอปู่เทพโลกอุดรช่วยพูด ขอบารมีพระศรีอาริย์ช่วย จึงมีสัญญา เป็นนัยยะว่า ท่านจะไม่ขาย โดยท่านสั่งกำชับว่าให้เก็บองค์กรรมการ ไว้ให้ท่าน ๕๐ องค์ โดยท่านจะเก็บรักษาไว้เป็นประกัน เหล่าผีนั้นจึงยอม ปัจจุบันพระทั้ง ๕๐ องค์ เก็บไว้ในกล่องหนังอย่างดี ที่ท่านสั่งให้ ดร.อรุณทิพย์นำมาถวาย เพื่อเป็นเคล็ด และเป็นสัญญากับเหล่าผีเฝ้าสมบัติพระธาตุพนม ผมจึงเรียนถามท่านไปอีกว่า แล้วคนเอาไปบูชาจะเป็นอย่างไร ท่านว่า ด้านหน้าพระสมเด็จเป็นรูปพระพุทธเจ้า ด้านหลังเป็นภควัมบดี หรือพระควัมปติเถระ (พระปิดตา) มีแต่เทวดาเท่านั้นหล่ะที่สถิตอยู่ อย่าวางที่ต่ำ ใครมีจิตอธิษฐานขอสิ่งใดจะได้ตามบุญที่ตนสะสมมา ดีที่สุด เป็นพระรุ่นเดียวของท่าน ที่ท่านเก็บ ทำพระกี่รุ่นกี่รุ่นท่านแจกหมด ท่านยังทิ้งท้ายว่า สามเดือนขึ้นห้าหมื่น หนึ่งปีขึ้นหนึ่งแสน ฟังแค่นี้ไม่มีใครเชื่อเลย วันรุ่งขึ้น องค์กรรมการที่ออกวัด ๑,๕๐๐ บาท มีการเช่าหาถึง ๑๐,๐๐๐ บาท เพียงชั่วข้ามคืน ใครมีให้เก็บนะครับ รุ่นนี้ถือเป็นของสูง หลวงปู่ท่านไฟต์มาด้วยความลำบาก อนาคตผมว่าไม่หนีจากพระแก้วแจกทานหลวงปู่หมุนแน่นอน (ชนะวุธ อุทโท)
การสร้าง สมเด็จ ๙ ชั้นดี รุ่น สำเร็จศิลาแลง "แรง" ถวายเพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้ถึงยุคของพระศรีอริยเมตไตรย พระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕ และพระองค์สุดท้ายแห่งภัทรกัปนี้ โดยกล่าวถึง ฤทธิ์เจ้าเฮือนสาม ว่าท่านมานิมิตให้สร้างเพื่อบูชาพระศรีอาริย์ "ดินศิลาพวกนี้สิแตกกันไปทั่วทีปปานใด ในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย์กะสิกลับมารวมกันคือเก่า" เจ้าเฮือนสามผู้พิทักษ์รักษาองค์พระธาตุพนมเป็นผู้ที่ปรารถนาเกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย สร้างเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
อาจารย์ : หลวงปู่ครับดินพระธาตุสำคัญศักดิ์สิทธิ์เอามาเฮ็ดพระเป็นตาขลังคักเนาะครับ
หลวงปู่ : ขอเพิ้นมากะเทวดาให้ พญานาคให้ แต่ผีบ่ทันให้ ต้องเจรจากันเติบอยู่
อาจารย์ : ผู้เฝ้าพระธาตุพนมเพิ้นฮ้ายคักบ่ครับหลวงปู่
หลวงปู่ : ตั้งแต่ข่อยสร้างเสกพระมา มีรุ่นนี้ละอาถรรพ์แรงคัก
อาจารย์ : อาถรรพ์อย่างไรครับหลวงปู่
หลวงปู่ : เจ้าคิดเบิ่งวาก่อนพระสิแล้ว ๓ มื้อ ข่อยบ่ได้หลับเลย นั่งเบิดคืนซอดแจ้ง
อาจารย์ : แล้วมีเหตุอันใดหลวงปู่คือคึดหลายแท้ครับ
หลวงปู่ : ปล้ำกับผีนั่นนาาา ผู้เฝ้ารักษาองค์
อาจารย์ : แล้วสุดท้ายสำเร็จแม่นบ่ครับ
หลวงปู่ : แม่น เพิ้นมาอนุโมทนานำบาดสุดท้าย
อาจารย์ : แสดงวาพระสมเด็จของหลวงปู่อันนี้ขลังคัก
หลวงปู่ : คักบ่คักขนาดข่อยเฮ็ดประกันกับผีไว้ ฮ่าๆ ที่แน่ๆ ข่อยกะพกติดโตละไป่ เพิ้นบอกไว้ว่าพระทุกองค์เพิ้นและบริวารสิงสถิตอยู่ในนั่นนับบ่ถ้วน เจ้าอธิฐานบอกทุกมื้อๆเด้อ ดอกไม้ของหอมทุกวันพระเพิ้นมักคนบูชา
(อาจารย์ ผศ.ดร.ปฐมพงศ์ ณ จัมปาศักดิ์)
ความสำคัญและประวัติความเป็นมา เจ้าเฮือน ๓ พระองค์
มุขปาฐะ ตำนานที่ ๑ มีความเชื่อกันว่า เจ้าเฮือน ๓ พระองค์ เป็นชนชั้นปกครองของเหล่าข้าโอกาสพระธาตุพนม เมื่อครั้งสร้างพระธาตุพนมสำเร็จ มีการคัดเลือกสรรหา ผู้นำในการรักษาองค์พระธาตุพนม ซึ่งการคัดสรรนั้น ต้องแสดงความสามารถให้ปรากฎ โดยใช้วิธีว่า ผู้ใดขึ้นไปบนยอดขององค์พระธาตุพนม แล้วกระโดดลงมาสู่พื้น หากมีชีวิตรอดให้ผู้นั้นเป็นผู้รักษาผู้ปกครอง ปรากฏมีวีรบุรุษผู้กล้า ๓ คน คนแรกและคนที่ ๒ ขึ้นไปบนยอดและกระโดดลงมา เมื่อถึงพื้นแล้วเสียชีวิตทันที ส่วนคนที่ ๓ เมื่อกระโดดลงมาแล้ว มีชีวิตรอด แต่ต่อมาคลานไปเสียชีวิตอยู่ริมฝั่งโขง ทิศตะวันออกขององค์พระธาตุพนม จึงได้มีการบวงสรวงอัญเชิญเคารพนับถือทั้งสามผู้กล้านั้นเป็น เจ้าเฮือน ๓ พระองค์
มุขปาฐะ ตำนานที่ ๒ มีความเชื่อกันว่า เจ้าเฮือน ๓ พระองค์ เป็นกษัตริย์ ๓ พี่น้อง โดยมีหนึ่งในสามพระองค์ ทำการฆ่าพี่น้ององตน เมื่อปลงพระชนย์องค์แรก วิญญานไปจุติบังเกิดเป็นมเหสักข์รักษาเมืองหลวงพระบาง เมื่อปลงพระชนย์องค์ที่ ๒ วิญญานไปจุติบังเกิดเป็นมเหสักข์รักษาปราสาทหินวัดภู แล้วท้ายสุด ได้ปลงพระชนย์พระองค์เอง วิญญานไปจุติบังเกิดเป็นมเหสักข์รักษาองค์พระธาตุพนม
ทั้งสองตำนานข้างต้นล้วนเป็นมุขปาฐะเล่าสืบๆมาในกลุ่มผู้เคารพศรัทธา เจ้าเฮือน ๓ พระองค์ ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม ตามที่ปรากฎในงานวิจัยของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิเชฐ สายพันธ์
ตำนานที่ ๓ ปรากฎในเอกสารใบลานอักษรธรรม อุรังคนิทาน ฉบับพระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กันโตภาโส อุทุมมาลา) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ปริวรรต(ผูกเดียวจบ) มีบันทึกไว้ว่า เมื่อครั้งสร้างองค์พระธาตุพนมแล้วเสร็จ ท้าวสักกะ (พระอินทร์) ได้มีบัญชารับสั่งแต่งตั้งมเหสักข์ใหญ่ ๓ องค์ ให้รักษาเขตพระธาตุพนม แต่งตั้งเจ้าเมืองขวา เป็นมเหสักข์ใหญ่รักษาเขตพระธาตุพนมทักขิณรัฎฐา แต่งตั้งเจ้าเมืองแสน เป็นมเหสักข์ใหญ่รักษาเขตพระธาตุพนมสหัสสรัฎฐา แต่งตั้งเจ้าโต่งกว้าง เป็นมเหสักข์ใหญ่รักษาเขตพระธาตุพนมนาคกุฎวิตถาร ถือเป็นมเหสักข์ใหญ่ ๓ องค์ สืบมาจวบจนถึงปัจจุบัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น