วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เหรียญยันต์ตะ​กรุดเม วัดท่าซุง สำหรับศึกษา

เหรียญยันต์ตะ​กรุดเม​ วัดท่าซุง ที่วัดยังมีให้บูชา อยู่

ประวัติการสร้าง
จัดสร้างโดยหลวงพ่อพระครูปลัดอนันต์(พระราชภาวนาโกศล) เจ้าอาวาสวัดท่าซุงสมัยนั้น ทำพิธีพุทธาภิเษกเมื่อ วันเสาร์ 5 วันที่ 7 ธันวาคม 2556 เวลา 18.00 น. ภายในพระอุโบสถวัดท่าซุง จัดสร้างด้วยกันหลายเนื้อประกอบด้วย
1. เนื้อทองคำ (น้ำหนักประมาณ 4.8 กรัม) ห่วงไม่เจาะรู
2. เนื้อเงิน ห่วงไม่เจาะรู
3. เนื้อทองเหลืองชุบทอง ห่วงไม่เจาะรู
4. เนื้อโลหะชุบนาก ห่วงเจาะรู....
5. เนื้อโลหะชุบทอง ห่วงเจาะรู....
6. เนื้อโลหะชุบทอง แบบแขวนหน้ารถ

ยันต์ตะกรุดเม


ตะกรุดเม นั้นมีอานุภาพในการสะท้อนกลับ ไม่ว่าใครทำดีทำชั่วกับผู้ใช้ตะกรุด ผลดีผลชั่วนั้นจะย้อนคืนไปยังผู้ทำเป็นร้อยเท่าพันทวี
“ เม สัมมุขขา สัพพา หะระติ เต สัมมุขขา ” คาถานี้ถ้าทำถึงที่สุด ท่านว่าแม้แต่ลูกปืนที่ยิงมา ก็จะย้อนกลับไปหาผู้ยิงเอง
ข้อควรระวัง อย่าเข้าไปในสถานที่ซึ่งคนหรือสัตว์ กำลังคลอด เพราะจะทำให้คลอดไม่ได้ และห้ามให้เด็กใช้อย่างเด็ดขาด
ในเรื่องของตะกรุดเม (มหาสะท้อน) หลวงพ่อกล่าวว่า "ที่เขาห้ามให้เด็กใช้ เพราะว่ามหาสะท้อนย้อนกลับทุกอย่าง แล้วย้อนกลับหลายเท่า ถ้าเราเผลอไปตีเด็ก เราอาจจะโดนอะไรที่หนักกว่านั้นคืน เขาเลยห้ามไม่ให้เด็กใช้ และห้ามเข้าไปในที่ที่คนหรือสัตว์กำลังคลอด เพราะจะทำให้คลอดไม่ออก จะโดนย้อนกลับหมด"
ในเรื่องของอานุภาพตะกรุดมหาสะท้อน (ตะกรุดเม)
ตะกรุดมหาสะท้อนนั้นมีอานุภาพในการสะท้อนกลับ ไม่ว่าใครทำดีทำชั่วกับผู้ใช้ตะกรุด ผลดีผลชั่วนั้นจะย้อนคืนไปยังผู้ทำเป็นร้อยเท่าพันทวี
ตามตำราของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ท่านให้ใช้แผ่นทอง แผ่นนาก หรือแผ่นเงิน หนักไม่ต่ำกว่า 1 บาท (เกินเท่าไรก็ได้) ลงด้วยยันต์ปัญจพุทธามหามงคล ทำการปลุกเสก
เมื่ออาราธนาติดตัวให้ใช้คาถา "เม สัมมุกขา สัพพา หะระติ เต สัมมุกขา"
คาถานี้ถ้าทำถึงที่สุด ท่านว่าแม้แต่ลูกปืนที่ยิงมา ก็จะย้อนกลับไปหาผู้ยิงเอง
ข้อควรระวัง
1. อย่าเข้าไปในสถานที่ซึ่งคนหรือสัตว์กำลังจะคลอด เพราะจะทำให้คลอดไม่ได้
2. ห้ามให้เด็กใช้อย่างเด็ดขาด
"ผ้ายันต์แดง (ธงท้าวมหาชมภู)
...เดิมผู้เขียนได้รับ "ผ้ายันต์แดง" ผืนนี้จากพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ตั้งแต่ยังไม่ได้บวช เพราะท่านเล่าว่า เป็นผ้ายันต์ของ "ท้าวมหาชมภู" ผู้ซึ่งเคยเป็นท้าวเวสสุวรรณมาก่อน แล้วได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็น "ท้าวมหาชมภู" ส่วน "ท้าวผกาพรหม" เคยเป็น "ท้าววิรุฬหก" มาก่อนเช่นกัน เวลานี้ท่านทั้งสองเป็นพระอรหัตมรรค รอใกล้เวลาจะเข้านิพพานแล้ว
ในคราวทำพิธีพุทธาภิเษกทุกครั้งที่วัดท่าซุง หลวงพ่อเล่าว่า ท่านทั้งสองจะต้องมาทำพิธีปิดรายการทุกครั้ง
ผีเรียก "คนโบราณ"
...โดยเฉพาะ "ท้าวมหาชมภู" ในฐานะที่เป็นท้าวมหาราชทิศเหนือมาก่อน ส่วนใหญ่ผีจะเกรงกลัว หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า
สมัยก่อนบ้านเมืองยังไม่เจริญ ท่านเดินทางไปพักที่บ้านหลังหนึ่งอยู่กลางป่า พอเดินขึ้นเรือนไปพบแต่เด็กๆ เฝ้าบ้าน พ่อแม่ออกไปทำงานข้างนอกยังไม่กลับ
ระหว่างนั้นท่านเห็นผีที่เขาปล่อยไว้เฝ้าบ้าน มันเห็นผ้ายันต์แดงในอังสะของท่าน ถึงกับร้องด้วยความตกใจว่า "ผ้ายันต์คนโบราณ"
แน่ะ..เรียกท้าวมหาชมภูเป็นคนโบราณ แสดงว่าผีกลัว ไม่กล้าเข้ามาทำร้าย ทั้งๆ ที่หลวงพ่อกับเพื่อนพระด้วยกันก็ไม่รู้ตัว
ทั้งนี้ ด้วยอานุภาพของผ้ายันต์แดง เจ้าของผ้ายันต์ท่านคงช่วยปกปักรักษาในยามเผลอ หลังจากเจ้าของบ้านกลับเข้ามาในบ้านแล้ว จึงได้เล่าให้หลวงพ่อฟังว่า
บ้านอยู่ในที่เปลี่ยว จำเป็นต้องปล่อยลูกๆ ไว้ตามลำพัง จึงจำเป็นต้องเลี้ยงผีไว้ป้องกัน หลวงพ่อกับเพื่อนพระด้วยกันจึงเข้าใจ

ยันต์ ท้าวมหาชมภู

ส่วนยันต์ ท้าวมหาชมภู เป็นยันต์เดียวกับผ้ายันต์แดง (ธงท้าวมหาชมภู)
จึงขอเอาความที่มีผู้กล่าวไว้ ในเรื่องนี้ มาทบทวนใหม่อีกครั้ง

...ผ้ายันต์แดง (ธงท้าวมหาชมภู) มีไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุ และโรคระบาดต่าง ๆ เช่น ไข้ป่า เป็นต้น (ถ้าจะป้องกันโรคระบาดอีกวิธีการหนึ่ง คือ ใส่บาตรถวายพระแล้วถวายกุศลแก่ท้าวมหาชมภู )
อันตรายจะมีแด่ท่านผู้มียันต์นี้อย่างมากก็เพียงเนื้อแตก หนังแตก จะไม่มีอันตรายถึงกระดูกหัก หรือสิ้นชีวิตในระหว่างที่ ยังไม่ถึงอายุขัย
คาถาปลุก (ว่านะโม ๓ จบก่อน)
“อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิด”
ผ้ายันต์ผืนนี้ผู้เขียนเก็บติดตัวไว้เป็นประจำ พร้อมกับผ้ายันต์ธงมหาพิชัยสงคราม, เชือกแดงสามปม (หลวงพ่อทำด้วยมือขณะนอนให้น้ำเกลือ) รับจากมือท่าน, ผ้ายันต์เกราเพชร (รุ่นแรกไม่มีรูปหลวงปู่ปาน), ผ้ายันต์แดง (ไม่มียันต์)
ผ้ายันต์แดงรุ่นแรก (แต่ไม่มียันต์)
...ผ้าแดงผืนนี้พิเศษมาก เป็นผ้ายันต์ป้องกันภัยรุ่นแรกจริงๆ คือไม่มียันต์ ท่านสั่งให้เอาผ้าสีแดงมาตัดแบ่งกัน สมัยนั้นหลวงพ่ออยู่ในระหว่างเดินทาง (ถ้าจำไม่ผิด) ท่านไปพักที่บ้านคุณชูเกียรติ เป็นเหมืองแร่ที่บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
ผ้ายันต์แดงผืนนี้ (แต่ไม่มียันต์) จะได้เฉพาะผู้ที่เดินทางไปคราวนั้นเท่านั้น ผู้เดินทางรุ่นหลังท่านก็ไม่ทำให้ใครอีกเลย เพราะสมเด็จท่านมาสั่งทำให้โดยเฉพาะในคืนวันนั้นที่บ้านพัก
สมัยนั้นมีผู้ร่วมเดินทางกันหลายคน แต่จำไม่ได้ว่าใครบ้าง พวกเราดีใจกันมาก ต่างก็เข้าแถวไปรับกับมือหลวงพ่อฯ ถือว่าท่านมอบให้เป็นกรณีพิเศษ นับเป็นผ้ายันต์รุ่นแรก ที่ยังไม่มี "ตำรามหาพิชัยสงคราม" นั่นเอง
ผู้เขียนเก็บไว้ตั้งแต่เป็นฆราวาส น่าจะประมาณปี 2518 ผ้ายันต์แดงผืนนี้ ถือว่าเป็น "สมบัติพ่อให้ส่วนตัว" จะไม่มีปรากฏบันทึกอยู่ในหนังสือ "สมบัติพ่อให้" ด้วยเลย เพราะมีคนรู้เรื่องนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
หมายเหตุ - การจัดทำพิธีกรรมต่างๆ เช่น "พิธีตัดไม้ข่มนาม" เป็นต้น เพื่อเสริมดวงชะตาประเทศ ผู้เขียนได้รับความเมตตาจาก "ท้าวมหาชมภู" เป็นกรณีพิเศษ เพราะท่านเคยเป็น "พ่อ" มาตั้งแต่ในอดีตนั่นเอง
พระอาจารย์ชัยวัฒน์ อชิโต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น